| Ammy's profileAmmy, Chicago, and ThaisBlogListsNetwork | Help |
Ammy, Chicago, and ThaisAbout me, friends & all Thai communities in Chicago and around Illinois |
|||||||||||||||||||||||||||||
|
November 26 ระวังสะแกมประกาศให้เช่าที่พักอาศัย(อเมริกา)ข้อมูลจาก พันทิพค่ะ เขียนเตือนโดยคุณ JidNince
ท่านๆที่หาที่พักอาศัย และหรือแม้แต่การซื้อของที่ลงประกาศออนไลน์ตามเว้บเช่น เว้บเครกส์ลิสท์ และเว้บอื่นๆ... ใช้วิจารณญาน ฉุกคิดก่อนที่จะส่งเอกสารข้อมูลส่วนตัว หรือ โอนเงินสด
ดิฉันมีแผนการที่จะย้ายที่พักอาศัยปีหน้า... จึงทำการค้นหาข้อมูลที่พักอาศัยไปเรื่อยๆ... ปัจจุบันการเช่าที่พักอาศัย ส่วนมากส่วนหนึ่ง ก่อนจะมีการนัดไปชมสภาพที่พักอาศัย... ผู้ประกาศให้เช่า (เจ้าของ หรือนายหน้า) ต้องการให้ส่งเอกสาร credit score report ของผู้สนใจที่จะเช่าที่พักอาศัย ประกาศที่พักอาศัยให้เช่า ส่วนมากที่ดึงดูดให้คนสนใจ... มักจะเป็น ในราคาเช่าที่ถูก หรือ ราคายุติธรรม (เมื่อเทียบกับค่าเช่าตามท้องตลาดแล้ว) เมื่อเทียบกับรูปที่พักอาศัยที่นำมาลง มีหลายห้อง ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวก... ทุกอย่างมันดีไปหมด ทั้งๆที่คนยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเช่า เพียงแค่นัดเพื่อไปชมที่พักอาศัย... มีมาตรการขอเอกสารดูข้อมูล credit score report คนสนใจกันแล้ว... และบางประกาศ ถึงขนาดมีข้อบังคับเอาดื้อๆว่า วันที่จะไปชมที่พักอาศัย ให้เตรียมเงินสดไปด้วยเช่นจำนวน ๗๕ ดอลฯ .. ๒๕ ดอลฯ... แล้วแต่ผู้ประกาศเช่า(หากิน) กับผู้สนใจขอนัดไปชมที่พัก... โดยอ้างว่า เงินนั้นเป็นค่าไปสมัครค้นประวัติ credit score report ของผู้สนใจเช่าที่พักอาศัย คิดดูสิว่า... ถ้ามีคนตอบรับไปเป็นสิบๆถึงร้อยคน เพื่อขอนัดชมที่พักอาศัยและนำเงินสดไปให้กัน... ผู้ประกาศเช่า จะมีรายได้พิเศษแค่ไหน ...นั่นคือการหากินของกลโกงแบบใหม่... ผู้ประกาศเช่านั้น อาจไม่ได้ให้ใครเช่าเลยก็ได้ การให้ข้อมูลส่วนตัว credit score report ให้ไปกับนายหน้า หรือ ผู้ประกาศเช่า... เท่ากับเราให้ข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โซเชี่ยล ข้อมูลธนาคารทุกแห่ง... ซึ่งพวกหากินโกงจะนำไปใช้เปิดบัตรเครดิต หรือ ทำธุระการอื่นๆได้โดยนำเอาข้อมูลส่วนตัวของคนที่ส่งข้อมูลไปให้เขา ตอนแรกๆดิฉันเคยสนใจที่ติดต่อไปขอนัดชมที่พักอาศัย... แต่สังเกตว่ามันผิดปกติที่ หลายแห่งที่สนใจ เมือ่เขาตอบกลับมาทางอีเมล... ข้อความมันเหมือนๆกันหมด ทั้งๆที่ที่อยู่ต่างกัน คนละโซนเขต... ทุกอีเมลที่ตอบกลับมา บอกให้ไปกรอก credit score report จากเว้บไซ้ท์ที่บริกาทำ free credit report และให้ส่งผลรายงานประวัติเครดิตไปให้เขา ก่อนที่เขาจะตอบรับเพื่อนัดวันที่จะไปชมอพาทเมนท์ ดิฉันเคยสะแกนประวัติเครดิตส่งไปหนึ่งแห่ง แต่เขาไม่เคยตอบกลับมาให้นัดไปชมที่พัก ครั้งต่อมาดิฉันไม่ส่งไปแล้ว ได้ตอบเขากลับไปว่าจะส่งแบบสะแกนเอกสารไปให้ได้มั้ย... เขาก็ไม่ตอบกลับมา มาทำให้ฉุกคิดได้ว่า... ทำไมถึงต้องส่งเอกสารรายงานประวัติเครดิตส่วนตัวของเราไป เพียงแค่ขอนัดชมที่พักอาศัย... คาดว่าเป็นสะแกม... พวกสิบแปดมงกุฏมันเก็บข้อมูลของคนที่สนใจไว้ เพื่อนำข้อมูลไปใช้เป็น Identity Theft แก้ไขเพิ่มเติม... ตัวอย่างจดหมายตอบกลับของผู้ประกาศเช่าอพาทเมนท์แห่งหนึ่ง ข้อความแบบนี้เหมือนกับอีเมลจากอพาทเมนท์อื่นๆที่ส่งไปขอนัดชม แต่ที่อยู่อีเมลต่างกัน Hello, Sorry for the delay. The Apartment is still available but Before we begin giving you more information on the apartment we need to know if you are currently up to date with your credit report. Obtaining your credit rating for free is easy, using the following link: www.Freecreditreport.com (The process is free and 100% safe and only takes a minute to fill out). We have had a large number of defaulting tenants who came from Craigslist, so before we can set up an appointment with you we need to verify you are a credible tenant. Once you have completed the application please e-mail us back. ย่อหน้าสุดท้ายนี้ ที่ทำให้สงสัยว่า ทำไมหลายอีเมลถึงตอบกลับมาเหมือนกันเปี๊ยบ ทั้งๆที่อพาทเมนท์ลงประกาศอยู่กันต่างโบโร ต่างอีเมล เพิ่มเติม.. ผลรายงานเครดิตของดิฉันอยู่ในขั้นดี ถึงดีมาก แต่ก็ยังไม่ได้ถูกโทรนัดให้ไปชมที่พัก...... บริษัทเครดิตเตือนดิฉันไว้ว่า... อย่าส่งผลรายงานเครดิตไปให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้า... มีความเป็นไปได้ที่จะนำข้อมูลไปเปิดทำบัตรและแจ้งที่อยู่ใหม่ให้ส่งบัตรเครดิตไปที่อยู่ของเขา โดยที่เราไม่รู้ว่ามีคนนำ Identity เราไปใช้
และ ถ้ามีข้อมูลเบอร์โซเชี่ยล ชื่อเต็ม วันเกิด... สามารถไปทำบัตรเครดิตทางออนไลน์ได้นะคะ... ดิฉันทำบัตรเครดิตให้ลูกอายุถึง ๑๘ ยังเป็นนักเรียนไฮสคูลตอนนั้น... ดิฉันกรอกไปเท่าที่มีข้อมูล และใส่รายได้หลอกๆไป... บัตรเครดิตอเมริกัน เอ๊กสเปรส อนุมัติส่งบัตรมาให้... สำหรับที่อยู่สามารถแจ้งเปลี่ยนได้ เพียงอ้างว่าย้ายที่อยู่ก็ได้ค่ะ November 15 52 ความจริง กับการมาใช้ชีวิตในอเมริกาเรื่องราวโดนใจ และเคลียร์ข้อมูลของคุณ n h e p h e x
"..... การไปเรียนต่อ ป.โท ที่อเมริกา นั้น บางคนติดปัญหาเรื่องภาษา ทำให้ท้อแท้ สอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะส่งไปขอให้ทางมหาวิทยาลัยพิจารณา เพื่อส่ง I-20 กลับมา แล้วเราก็ได้ไปเรียนสมใจ อันนี้ผมขอเสนอความจริง (ด้านที่ผมไปเจอมากับตัวเอง) เผื่อเป็นแรงขับดันให้คนที่มองการไปเรียนต่อ โท อเมริกาเป็นเรื่องน่าปวดหัวนะครับ
1. คุณไม่จำเป็นต้องสอบ โทเฟล จีอาร์อี จีแมท ให้ถึงเกณฑ์ก็ได้ ยังมีมหาวิทยาลัยอีกมาก ให้คุณเรียนภาษาที่นั่นก่อน แล้วสอบให้ผ่านในระดับที่เขาพอใจ ซึ่งเป็นการสอบของมหาวิทยาลัยเอง ดังนั้น คุณอาจคิดว่า ไปแล้วน่าจะสอบไม่ได้หรือเปล่า แต่ในความจริงแล้ว เมื่อเราไปอยู่เราก็จะซึมซับมันไปเองตลอด ภาษาเราจะแกร่งขึ้นเองครับ ดีกว่าอยู่เมืองไทย แล้วเรียนภาษาอังกฤษ ออกจากห้อง ไม่มีภาษาอังกฤษเลย ไทยล้วนๆ แล้วมันจะซึมได้ไง <---- อืม จริง อันนี้เห็นด้วยค่ะ แต่คนที่ภาษาอังกฤษดีปานกลาง มีงบพอประมาณ มีเวลาน้อย การสอบไปก่อนจะช่วยให้เรียนจบได้เร็วขึ้นหรือจบได้ตามกำหนดนะคะ
2. การหาที่พักล่วงหน้า ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะต้องยอมรับว่า เราไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน ดังนั้น ไม่แน่ว่า เมื่อไปถึง ที่อยู่แถบนั้น ถูกกว่า ดีกว่า อาจรออยู่ตรึม ที่เราจองไว้ เป็นแบบห่วยๆก็ได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด น่าจะยังไม่ต้องจอง แต่เข้าไป แล้วหาที่พักชั่วคราวราคาไม่แพง อย่างเช่น Dorm ของมหาวิทยาลัย หรือ โรงแรมถูกๆ ก่อน ค่อยหาที่พักจริง <--- ใช่แล้วค่ะ วิธีนี้ดีกว่า
3. อย่าแปลกใจถ้าคุณไปถึงที่นั่นแล้วพบว่า มีแต่คนเอเชีย อย่าลืมว่า คนเอเชียที่ไปเรียนต่ออเมริกา มีจำนวนมาก (เผลอๆมากกว่า คนอเมริกาที่มหาวิทยาลัยอีก!) <-- อิ อิ จริงค่ะ และเป็นทุกเมืองใหญ่ๆ ด้วย นิวยอร์ค ชิคาโก ซานฟราน แอลเอ ซีแอตเติ้ล เท๊กซัส
4. การทำงานแบบลักลอบทำ เช่นทำร้านอาหารไทย อาจให้ค่าตอบแทนที่พอจ่ายค่าห้องพัก แต่ต้องแลกมาด้วยการพบกับปัญหามากมายเช่น ปัญหาจากเจ้าของร้านขี้บ่น ปากจัด หรือ จากลูกค้างี่เง่า <--- หรือ เพื่อนร่วมงานไร้อนาคตค่ะ คริ คริ
5. การทำงานแบบลักลอบทำ บางอย่าง ถ้าคุณรู้จักคนที่เคยทำอยู่ก่อนหน้า คุณอาจจะได้ค่าเล่าเรียนแถมมาด้วย เช่น การทำงานในปั๊มน้ำมัน มีทุนการศึกษาให้ด้วย (ค่าเทอม ค่าหนังสือ จ่ายให้หมดเลย) <--- อยู่ที่คนนะคะ ต้องรู้จักพูด รู้จักถาม และรู้จักอยู่ค่ะ อยู่ให้คนเอ็นดู มีน้ำใจช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ มักจะสบายกว่าคนหยิ่งยะโส และคิดว่าข้าแน่
6. อาหารจีนแบบซื้อกลับบ้าน จะใส่กล่องกระดาษ และมีหูหิ้วเป็นลวด ผมชอบข้าวกับไข่เจียว เยอะมากๆ <--- อาหารอย่างอื่นก็เยอะนะ แต่พี่แอมมี่ชอบอาหารไทยมากกว่าค่ะ (ที่ชิคาโกอาหารไทยอร่อยกว่า และได้เยอะเหมือนกัน เสียแต่ว่าแพง)
7. อย่าแปลกใจ คนไปเรียนอเมริกา แล้วอ้วนกลับมา เพราะอาหารในอเมริกา ให้เยอะมาก ถ้าคุณเป็นคนกินง่าย กินเก่ง อ้วนชัวร์! <--- ใช่แล้ว อ้วนพริบตา ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่
8. ถึงแม้อาหารของอเมริกาจะทำให้อ้วนได้ง่าย แต่ก็ผ่านการควบคุมคุณภาพสูง ดังนั้น จึงปลอดภัย สะอาด แม้แต่เรื่องสารพิษในผัก หรือผลไม้ ก็มีมาตรการเข้มงวด <--- ค่ะ ไม่ใส่ผงชูรสด้วย ผักหน้าตาน่าทาน เนื้อต่างๆ คัดคุณภาพ สุขภาพดีมากๆ อ้อ แต่กุ้งอะ ส่วนใหญ่ product of Thailand นะคะ น่าดีใจจัง
9. คุณจะมีโอกาสเห็นร้าน คริสปี้ ครีม ถ้าไปอยู่ในรัฐที่ แฟรนชายร้านนี้มาถึง (ตอนนี้มีสาขาที่ฮ่องกงแล้วครับ) <--- อ้าว ... ไหนว่า ฮ่องกงปิดไปแล้ว ... อ้อ แต่ คริสปี้ ครีม เค้าว่า เริ่มต้นที่ชิคาโกนะคะ เพราะงั้น ใครมาชิคาโก ก็ต้องลองไปกินให้ถึงร้านเค้าเลย จะอร่อยกว่าที่ขายในจิว (Jewel's) เช่นเดียวกับ McDonald ที่เกิดร้านแรกในรัฐอิลลินอยส์ ร้านในดาวน์ทาวน์ชิคาโกจึงทำใหม่ซะสวยหรู แถมมีพิพิธภัณฑ์ให้ดูด้วย .... พี่แอมมี่รออยู่ว่าเมื่อไหร่ KK เข้าไทย ก็จะรีบไปซื้อมาชิมทันที
10. ถ้าคุณได้มีโอกาสไป นิวยอร์ค คุณจะได้เห็น Starbucks เยอะ และถี่ เหมือนเห็น Seven11 บ้านเราเลย <--- เหรอคะ ที่ชิคาโกมีไม่ถี่นะ แต่ในร้านกาแฟ local แถวบ้าน ใครไม่สั่ง Thai Ice Tea นี่ เชยมากๆ
11. ถ้าเมืองที่คุณอยู่หิมะตก คุณอาจเห็นวันที่รถจอดอยู่เต็มถนน หิมะสูงจนเปิดประตูรถไม่ได้! <--- อิ อิ อิ อันนี้จริงค่ะ อย่าลืมถือพลั่ว (snow shovel ซื้อแบบพลาสติกเบาๆ) เอาไปขุดหิมะด้วยนะคะ
12. ถ้าเมืองที่คุณอยู่ ติดทะเล คุณอาจจะได้กินกุ้งลอปเสตอร์ตัวโต ราคาไม่แพงมากเท่าเมืองไทย แต่น้ำจิ้มเป็นเนยเหลว!! <--- เอ๊ย ที่ชิคาโก ก็มีจ้า ถูกด้วย และก็ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดไปจากบ้านด้วย (หรือซื้อเอาก็มีขายเป็นขวดๆ จ้า)
13. การตัดผมในอเมริกา คิดค่าตัดแพง บางคนที่ไปอยู่จึงมักไม่ตัดผม ปล่อยให้ยาว หรือให้เพื่อนตัดให้ หรือแม้กระทั่งตัดเอง เบี้ยวๆ ไปบ้าง ตามแต่ละคน <--- ตัดผมในร้าน อย่าลืมจ่ายทิปด้วยนะคะ เช่น ค่าตัด $10 ทิป $2 เป็นต้น แต่บางทีก็ตัดผมเองบ่อยๆ ค่ะ (เพราะมันแพง)
14. เน็ตไฮสปีดของอเมริกา เร็วมาก <--- จริงค่ะ ในชิคาโก หลายๆที่ public เช่น ห้องสมุดทุกแห่ง ลานหน้าตึก daley plaza หน้าถั่ว Millennium Park มักจะให้ใช้ Wi Fi ฟรีอีกต่างหาก
15. ถ้าคุณติด Cable TV แล้วคุณอยากดูช่องได้เยอะๆ คุณสามารถหาซื้อตัว Box ที่ถอดสัญญาณช่องที่กันไว้ได้ตามเวบไซต์ <--- เอ่อ ไปลองกันเอาเองจ้า
16. ร้านอาหารจีนส่วนใหญ่ในอเมริกา จะคล้ายๆ โรงจำนำเมืองไทย คือมีมีกระจกปิด เข้าไปสั่ง มีช่องส่งอาหาร คนซื้อกับคนขาย มีกำแพงกั้น (เพื่อความปลอดภัย) <--- อืมนะ ความรู้ใหม่
17. รถมือสองที่อเมริกา ราคาถูกมาก ควรหาซื้อตามที่ประกาศในหนังสือพิมพ์ แล้วไปลองขับเองก่อนการตัดสินใจ <--- เห็นด้วยจ้า
18. การสอบใบขับขี่ ที่อเมริกา ถ้าเจอสี่แยก แล้วไม่มี Stop sign อย่าหยุด หรือแม้แต่ชะลอ เพราะจะทำให้คุณสอบตก (แบบผม) เพราะเขาถือว่า ไม่มี ไม่ต้องหยุด แต่ผมคนไทย(โว้ย) ขืนไม่หยุดโดนชนได้ง่ายๆ <--- คริ คริ อันนี้ต้องใช้เวลาพักนึงกว่าจะชินค่ะ แล้วเวลาเจอสี่แยกที่มี Stop Sign ทั้ง 4 ด้าน ต้องไปฝั่งละคัน (ฝั่งไหนมาก่อนไปก่อน) เราก็จะชิน ไปตัดหน้าคนอื่นให้เค้า งง กันทุกทีด้วย
19. การขับรถที่อเมริกา เมื่อเป็นป้าย Stop ให้หยุด แม้ถนนจะโล่งมาก ก็ตาม <--- ถูกต้องนะค้า เดี๋ยวนี้มีกล้องติดตามแยก ถ้าไม่หยุด กล้องจะถ่ายไว้ แล้วส่งจดหมายมาปรับถึงบ้านเลยค่ะ (กล้องไวมาก ถ่ายเห็นทะเบียนรถ และหน้าคนขับ ซึ่งมี record ไว้แล้ว ไม่จ่ายค่าปรับก็ต่อทะเบียนประจำปีไม่ได้อีก เผลอๆ ใบขับขี่อาจเป็นโมฆะโดยไม่รู้ตัวอีกค่ะ)
20. เมื่อมีคนเดินสวนแล้วแบมือให้ แสดงว่ามันมาขอตังค์ สังเกตแววตา ถ้าตาแข็งกร้าว ก็ระวังตัวหน่อย เพราะถ้าไม่ให้อาจเกิดอันตรายถึงชีวิต <--- จริงค่ะ และคำว่า change change คือ ขอเศษเงินนะคะ (ไม่ได้แปลว่า ขอแลกเงินเน้อ) ระวัง ระวังกันด้วยจ้า .... ห้ามสบตาใคร เวลาข้ามถนน และหากเข้าตาจนให้พูดภาษาไทยกับพวกมัน เดี๋ยวก็จะไปเอง อิ อิ
21. การไปอยู่ต่างถิ่น ทำให้มีโอกาสพบประสบการณ์แปลกๆ มากมาย ดังนั้น ถ้ามีแฟนอยู่แล้ว และไม่อยากเลิกกัน ก็ต้องหมั่นโทรกลับไทยบ่อยๆ ค่าโทรถูกกว่า ไทยโทรไปอเมริกา (ยิ่งตอนนี้น่าจะยิ่งโคตรถูก) <--- ช่าย โทรจากเมกากลับไทย ถูกว่ามากๆค่ะ
22. อย่ากิเลสเยอะ เช่น เวลาไปพกโน้ตบุ้คไป 1 เครื่องเนี่ย รู้ไหม ทำได้ทุกอย่างเลย โน้ตบุ้คต่อเข้า port แปลง สัญญาณทีวี เอาไว้ดูทีวีก็ได้ ทำงานก็ได้ เล่นเกมส์ก็ได้ เล่นเน็ตก็ได้ (ยกเว้นจะทำหลายอย่างพร้อมๆ กันก็ต้องซื้อเพิ่ม) <--- อืม น่าสนใจ ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องซื้อทีวี
23. สวรรค์ของคนกินเก่งคือบุฟเฟต์อาหารจีน ราคาไม่แพงมาก ในแต่ละเมืองมักมี <--- ช่ายแล้ว ที่ชิคาโก พี่แอมมี่ชอบกิน ฮ่องกงบุฟเฟ่ต์มากเลยจ้า ของเพียบและราคาไม่แพงด้วย
24. ระวังคนใต้หวันยืมเงิน เพราะคุณอาจไม่ได้คืน <--- อ้อค่ะ จะได้จำไว้
25. ระวังคนอินเดียตีสนิท เพราะเขาอาจหวังพึ่งคุณขับรถไป Mall ต่างๆ (เพราะคุณมีรถ) <--- อิ อิ อันนี้น่าจะทุกชาติแหละ
26. ควรหมั่นเข้าห้องสมุด เพราะบรรยากาศดี เงียบ และมักเปิดจนดึกดื่น (บางที่อาจเปิด 24 ชั่วโมง) <--- จริงค่ะ โดยเฉพาะห้องสมุดในมหาวิทยาลัย
27. การไปเที่ยว เมื่อมีโอกาส เป็นสิ่งสำคัญ คนเราไม่ได้มีสิทธิ์ไปอยู่ต่างประเทศบ่อยๆ ถ้าได้ไป ก็อย่าได้เสียดายเงินมาก ไปเที่ยวบ้าง (เลือกประหยัดได้) <--- เห็นด้วยค่ะ
28. เพื่อนผมไปเที่ยว ฟลอลิดา แบบไม่เสียค่าที่พัก ขับรถตัวเองไปกับเพื่อนอีกคน อาบน้ำในห้างอย่าง วอมาร์ต นอนใน Rest Area (นอนในรถ) กินมาม่า แต่ได้เข้า Disney Land มันส์มากๆ <--- แหม มีแบบประหยัดโดยไม่ต้องลำบากมากด้วยค่ะ เช่น จอง hostel เอาก็ได้
29. ถ้าคุณได้มีโอกาสทำงานแคชเชียร์ ปั๊มน้ำมัน คุณจะได้มีโอกาสฝึกการพูด "Hello", "Have a nice day", "Over there" บ่อยๆ -*- <--- จริงค่ะ
30. ถ้าคุณได้มีโอกาสกวาดหิมะ คุณจะรู้ว่า การใส่เสื้อหนาว หนาๆ ถือพลั่ว สวมบู้ต เพื่อออกไปกวาดหิมะเปิดถนน นั้นเหนื่อยมากกกก แต่เหงื่อไม่ออกซักหยด! <--- จริงค่ะ อเมซิ่งจริงๆ ชิคาโก หิมะจะตกมากมาย เพราะหนาว 8 เดือน บางทีถ้าฟังพยากรณ์ว่าจะตกซัก 6 นิ้ว พอเที่ยงคืน ต้องรีบออกไปขุด (เค้าใช้คำนี้จริงๆ นะ) ออกซะครึ่งนึงก่อน ตอนเช้าจะได้เหลือแค่ครึ่งเดียว และบางที หิมะตกหนัก เดือนเมษา ขณะที่ปท.ไทย สาดน้ำสงกรานต์อยู่นะคะ
31. ถ้าคุณได้มีโอกาสไปเดินตาม Outlet ต่างๆ ที่มีอยู่ชานเมือง มากมาย คุณจะได้ของมียี่ห้อ แต่ตกรุ่น และขายราคาถูกกว่าปกติ และมักใหญ่มากๆ <---จริงค่ะ และพี่แอมมี่ค้นพบสัจธรรมว่า ไป outlet มาทั่วประเทศอเมริกาแล้ว ที่ชิคาโกของดีและราคาถูกกว่ามากมาย ดังนั้น เวลาไปเที่ยวต่างรัฐไม่ต้องช้อปอะไรมามาก เพราะเวลาลดราคา ชิคาโกลดเยอะกว่าอะ ...เซ้งเลย อิ อิ อิ
32. ถ้าคุณชอบซื้อของแบบประมูล หรือของจากบ้านๆ เมื่ออยู่อเมริกา จงใช้ ebay เหมือนเป็นห้างส่วนตัว <---ใช่ค่ะ โดยเฉพาะ textbook มือสอง
33. ถ้าที่ที่คุณเรียน มีโรงยิม ควรไปใช้บริการบ่อยๆ เพราะจะได้ออกกำลัง แลกกับอาหารที่ทำให้คุณอ้วนมากมาย <--- ช่ายๆ หนุ่มๆ หน้าตาดี กล้ามใหญ่ ใครซักคนจริงๆ ค่า
34. ถ้าคุณอยากทานสเต็กส์ทำเอง คุณไปหาซื้อเนื้อดีๆ มาปิ้งกินด้วยเครื่องปิ้ง ยี่ห้อ จอร์จ โฟร์แมน ได้ <--- ยี่ห้ออื่นก็อร่อยนะน้อง
35. ถ้าคุณชอบเล่นดนตรี เมื่อคุณได้ที่พักแล้ว คุณสามารถออกไปหาซื้อพวกกีตาร์ หรืออะไร มาไว้ใช้ผ่อนคลายความเครียดต่างแดนได้ พวกมือสองมีวางขาย <--- thrift store, village discount outlet, brown elephants, unique thrift store เฮ้อ มีทุกสิ่งให้เลือกสรร
36. ถ้าคุณชอบดูหนัง คุณซื้อตั๋วสำหรับดูเรื่องเดียว ตั๋วที่อเมริกาไม่มีที่นั่งกำหนด คุณนั่งตรงไหนก็ได้ ไม่มีคนตรวจข้างในด้วย ดูจบ คุณก็เดินออกแล้วเข้าอีกโรงนึงก็ได้ ไม่มีคนคอยว่า (โกงนั่นเอง) <--- อะนะ ไม่อยากจะว่าค่ะ ทำไปเถอะ
37. ถ้าคุณชอบเดินร้านหนังสือ ขอบอกว่า ร้านหนังสือที่อเมริกา อย่าง Barns and Nobel ใหญ่มากๆ <--- จริง มีร้านกาแฟให้ด้วย บรรยากาศดีมากๆ และเวลาลดราคาจะได้หนังสือราคาถูกมากๆ
38. การเดินทางไปอเมริกา นั่งเครื่องบินนานมาก <--- ถ้าชิคาโก 22 -24 ชั่วโมง ทำใจไว้เลยจ้า
39. Redbull (กระทิงแดง ของไทย!) หาซื้อได้ทั่วไปในอเมริกา! แต่ผมว่าแก้ง่วงได้แรงกว่าของไทยนะ <--- จริงอะ งั้นต้องลอง
40. คุณไปนั่งริมทะเลที่อเมริกา เอาอะไรไปทำบาร์บีคิวได้ แต่ห้ามเอาเหล้าไปกิน ผิดกฎหมาย โดนจับได้ครับ <--- ถูกต้องนะคร้าบ อยากกิน ก็ทำกินที่บ้าน ไม่เป็นไร
41. เวลาที่คนอเมริกาเปลี่ยนของใหญ่ๆ เช่นเตียง เก้าอี้โยก โซฟา เขาจะเอาวางไว้หน้าบ้านเลย เพื่อรอให้คนมาเก็บ เราคนไทย ก็ขับรถตระเวณเก็บมา (ใช้ต่อ) ฮา <--- จริงจ้า โดยเฉพาะหน้าร้อน
42. บางครั้ง ถ้าไม่อยากแจกทิ้ง ของเก่าๆ คนอเมริการจะเอามาขาย เรียก Garage Sales หรือ Flea Market เหมือนเปิดท้ายขายของบ้านเรา <--- พี่แอมมี่ เขียนแนะนำ ไว้แล้วนะคะ ลองหาดู
43. อาหารไทยที่ร้านอาหารไทยในอเมริกา ราคามักแพง และหารสเผ็ดไม่ค่อยได้ <--- ถ้าที่ชิคาโก TAC Quick , Spoon และ อร่อยไทย แซ่บอีหลีจ้า
44. ถ้าคุณมีเพื่อนมาช่วยแชร์ค่าเช่าห้อง จะดีมาก (ควรเป็นเพศเดียวกันนะ :P) <--- ก็ดีค่ะ มีเพื่อนช่วยกัน ดีกว่าอยู่คนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบ
45. ไม่ผิดปรกติ ถ้าพบว่าคนบางคนที่เช่าห้องอยู่ในอเมริกา แล้วไม่เคยทำความสะอาดห้องเลยเป็นปี (แบบผม :P) <--- อ้าว ห้ามเลียนแบบนะคะ เด็กๆ
46. เมืองที่ผมอยู่ ติดทะเล บางเช้าผมจะไปวิ่งหรือเดินเล่นริมทะเล ลมจะแรงมาก และตัวจะเหนียวน้ำเกลือมากๆ <--- ถ้างั้นชิคาโกดีกว่าค่ะ วิ่งเล่นริมทะเลสาบ ไม่เหนียว ไม่เค็มจ้า
47. คนอเมริกันโดยมากมักอ้วน <--- คนไทยก็อ้วนนา
48. การใช้รถ อย่าลืมไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วย เดี๋ยวเครื่องพัง แต่น้ำกลั่นไม่ค่อยเติม เพราะแบตเตอรี่ที่อเมริกาเป็นแบบแห้ง ไม่ต้องเติมน้ำ <--- ขอบคุณค่าที่เตือน
49. รถคุณ ต้องเติมน้ำยา Coolant ด้วย เพราะจะช่วยรักษาอุณภูมิของเหลว เนื่องจากอากาศในอเมริกา มีหนาวมาก ร้อนมาก <--- จริงค่ะ เพราะถ้าเติมน้ำเปล่า อยู่เมืองหนาว น้ำในรถจะกลายเป็นน้ำแข็ง เพราะงั้น น้ำยาเติมกระจก ... น้ำเติมรถ ต้องเป็น anti-freeze เท่านั้นนะคะ
50. เมืองที่ผมอยู่ หน้าร้อน จะร้อนแห้ง ร้อนแบบทรมาน จึงต้องไปหาซื้อแอร์มาติดเอง! ไม่ต้องให้คนทำให้ ติดกับหน้าต่างนี่แหล่ะ เสียบปลั๊ก เอาตูดออกนอกหน้าต่าง ง่ายมากๆ แต่โคตรหนัก ยกต้องระวัง <--- และเก็บใบเสร็จไว้ดีดี เก็บกล่องไว้ด้วย พอครบ 3 เดือน ก็เก็ยใส่กล่องยกเอาไปคืน เอาเงินกลับมา ...อ้าว
51. อเมริกามีบริการ ขนของเช่ารถ เช่น บริษัท ยูฮอ (U-Haul) (ผมก็ใช้ตอนอยู่ที่นั่น) คนนิยมทำอะไรเอง เพราะค่าแรงแพงมากๆ ค่าครองชีพสูง <--- เห็นด้วยค่ะ เช่น ซ่อมรถ ค่าแรงชั่วโมงละ $45 นะ ในชิคาโก
52. ถ้าคุณมีโอกาสได้มาเรียนที่อเมริกา .. จงมาครับ มันคือประสบการณ์ที่ดีของชีวิตแน่นอน <--- จริง แท้ แน่ นอน ค่า ^^
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน รวมถึงเจ้าของไอเดียจ้า http://nhephex.exteen.com/20090807/entry-1
September 12 To Oprah วันก่อนมีงานครบรอบ 24 ปีของโอปรา วินฟรีย์ ซึ่งเป็นงานที่เท่ห์มากๆ ถึงขั้นปิดถนนช้อปปิ้งที่ busy ที่สุดสายหนึ่ง แล้วยังมีการเต้นที่เรียกว่า the flash mobs dancing คือเต้นพร้อมๆ กันด้วย (หาดูเอาได้ใน youtube) งานนี้ มีครูสอนเต้น 8 คน สอนคน 200 คนเต้น (ใน facebook) แล้ว 200 คนก็มาสอนให้คนอีก 20,000 คนเต้นตาม ซึ่งงานแบบนี้ หาดูที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ชิคาโกค่ะ เวลามีงานใหญ่ๆ ในชิคาโก หลังจากงาน เค้าจะทำความสะอาดเสร็จอย่างรวดเร็วจริงๆ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่า ชิคาโกจัดงานขนาดใหญ่บ่อยมากๆ คนทำงานเลยออกจะชิน บางทีรถกวาดขยะและพนักงานกวาดถนน จะตั้งขบวนเก็บกวาดเดินต่อจากขบวนพาเหรดเลยก็มีให้เห็นบ่อยๆ จึงทำให้หลังจากงาน ถนนหนทางก็ยังสะอาดได้เหมือนเดิม วันนี้เอาคลิป fast forward งานตั้งเวที และเก็บเวทีของงาน Oprah มาให้ดูกันค่ะ ว่าเร็วจริงๆ August 24 งาน Chill Chill Chicago Talk 2009 ที่ร้าน CafeMartiniสวัสดีจ้า เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่าน
ammy ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจจะร่วมงาน สนทนาสบายๆ "ชิล ชิล ชิคาโก ทอล์ค ครั้งที่ 2 ปี 2009"
ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2552 นี้ ตั้งแต่เวลา 11:30 am - 2:30 pm จัดที่ร้าน CafeMartini ซอยสุขุมวิท 77 ดูแผนที่คลิก ที่นี่ จ้า
(มา BTS ลงสถานีอ่อนนุช แล้วเดินเข้าซอย สุขุมวิท 77/1 เดินตรงไปทะลุด้านหลังห้างคาร์ฟูร์ ตรงไปเลยนะ เลียบกำแพงด้านหลังไป แล้วจะเจอร้านอยู่ด้านหน้า) เป็นงานที่รวบรวม พี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ที่เรียนจบจากชิคาโก กำลังเรียนอยู่ หรือกำลังจะไป ให้มาสังสรรค์กัน สบายๆ ชิลๆ
จึงขอเชิญชวน น้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่สนใจ มาแวะลงชื่อกันได้เลยจ้า
พี่ ammy มีหนังสือมาแจก (บางเล่ม ที่เหลือขาย อิ อิ อิ ^^) รวมทั้ง ของที่ระลึกมากมาย
พี่เอ สาวสวยใจดี เจ้าของร้านคาเฟ่มาตินี่ ศิษย์เก่า ลีโอเบอร์เน็ต ชิคาโก เตรียมเปิดร้านต้อนรับเต็มที่
(ต้องแจ้งจำนวนคนด้วยนะคะ เพราะว่าร้านรองรับได้ ไม่เกิน 30 ท่านค่ะ)
อ้าว มาเร็วๆ มาลงชื่อกันค่ะ
จะแวะเขียนไว้ที่ คอมเม้นท์, หรือจะเมล์มาก็ได้ค่ะ ที่ ammy789@yahoo.com
first come first serve นะคะ
รายชื่อพี่ๆ ที่จะมาร่วมงาน
พี่แอมมี่ อดีตผจก.สาขา ร้าน RadioShack สาขา Downtown Chicago
พี่เอ เจ้าของร้าน คาเฟ มาร์ตินี่
พี่ชัย NEIU, Reuters
พี่ก้อย WIU, Event Planner
น้องเค จบมาหมาดๆ จาก DePaul (Finance หลักสูตร Part-time)
พี่เหน่ง สาวสวยชิคาโก เจ้าแม่ KBank
พี่อิส ศิษย์เก่าชิคาโก เจ้าแม่ HR
พี่เน็ต พี่อยู่อังกฤษมานานมาก แต่มาขอร่วมแจมด้วยจ้า (UI Architecture แห่ง ทรู) รายชื่อน้องๆ ที่จะมาร่วมงาน
เจอกันนะคะ แวะมาได้เลย July 07 ชิคาโก : ข้อมูลเบื้องต้น เริ่มต้นที่นี่ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับชิคาโก (update July 2009)
June 29 สถิติเว็บ เดือน มิ.ย. 09เดือนนี้ ammy เพ่ิม counter ไปอีกอันนึง ตามจำนวน hit ค่ะ (เริ่มต้นที่ 143772) ซึ่งคือ ฮิตเดิมจาก counter ตัวเก่า ซึ่งลืม login และ password ไปแล้ว
แต่อันเก่านั้น เก็บสถิติตาม คนที่กำลังเข้าดูอยู่จริง (โดยไม่นับการเข้าซ้ำต่อวัน) ... หมายความว่า ในวันนี้ ถ้าคนเดิมเข้ามาอ่านซ้ำ ก็ไม่นับ (ตาม ip) ดังนั้น ตัวเลขบนนี่คือ แฟนคลับตัวจริง ส่วนตัวเลขล่างคือ hit ที่เกิดขึ้น
เดือนหน้าจะลองเทียบดูค่ะ ว่า counter 2 ตัวนี้ จะสร้างความสับสนให้กับเจ้าของบล็อคมากแค่ไหน หุ หุ
ใครอยากทราบเรื่องอะไร
อีเมลมาบอกกันนะคะ หรือฝากคอมเม้นท์เอาไว้ ammy จะพยายามตอบให้มากที่สุดค่ะ
อ้อ ผู้ที่ถามถึงงาน Chicago Talk รอแป๊บนะคะ อาจจะเป็นสิ้นเดือน ก.ค. นี้หรือ ต้นเดือน สิงหาคมนะคะ
มาลงชื่อไว้ได้นะ
ammy
ที่บ้าน 5:11 June 26 เที่ยวตลาดนัด Maxwell Flea Market Chicago ชิคาโกคุณเค แห่ง DePaul ถามมาว่า จะกลับเมืองไทยแล้ว อยากซื้อของฝาก จะซื้อได้ที่ไหนดีที่ราคาไม่แพง
แอมมี่ แนะนำไปหลายที่เลยค่ะ แต่ที่นึงที่หากใครที่ยังไม่เคยไป ก็อยากให้ไปลองเดินเล่นดูนั่นคือ
Maxwell Flea Market Chicago
Desplaines St. & Roosevelt Rd
6400 W.Roosevelt Road, Chicago, IL 60607
312 - 745 - 4676
Open every Sunday (all year): 7 am - 3 pm
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ![]() Maxwell Flea Market นี้ ตั้งอยู่ที่ถนน Canal ตัดกับ Roosevelt นะคะ (เพิ่งจะย้ายมาจาก ถนน Maxwell เดิม) เพื่อความสวยงาม (เค้าว่างั้นค่ะ) แล้วก็คือ ตลาดนัดที่มีของทุกอย่างขาย ทั้งของเก่า ของใหม่, อาหารสด, ผลไม้, เสื้อผ้า/เสื้อกีฬา หรือหมวกที่มีตราทีมกีฬา Cups, Sox, CD, DVD, นาฬิกา, รูปภาพ, เฟอร์นิเจอร์ต่าง, ของแต่งบ้านเก๋ๆ,ของชำร่วย, ของที่ระลึกชิคาโก, และเครื่องเขียนถูกๆ สารพัด และอื่นๆ
อย่างร้านนี้จะขายพวกพริกแห้งต่างๆ ในราคาไม่แพงเลยค่ะ
![]() เดินไปแล้วเกิดหิว ก็สามารถหาซื้ออาหารทานได้ด้วยค่ะ ร้านนี้ขายสเต๊ก (แนวเม๊กซิกัน) ซึ่งอาหารเม๊กซิกันหลายอย่างรสชาดจะคล้ายๆ อาหารบ้านเรานะคะ
![]() ร้านนี้ขายขนมและของเล่น
![]() ร้านนี้ขายเข็มขัดใหม่ๆ และจะเห็นด้านหลังขายผลไม้สด
![]() Maxwell Street นี้ เดิมเป็นต้นกำเนิดของเพลงบลู ดังนั้น จึงมีนักดนตรีที่มานั่งเล่นเพลงบลูให้ฟังเป็นระยะๆ ค่ะ แอมมี่ไปเจอคลิปในอดีตของตลาดนัด เลยเอามาฝากให้ดูกัน รวมทั้งถ้าใครสนใจอยากลองฟังเพลงแนวบลู (ของแท้ต้องมาจากชิคาโกเท่านั้น อิ อิ) ก็ลองเปิดฟังดูค่ะ
สรุปให้คุณเค และเพื่อนๆ ท่านอื่นๆ ด้วยว่า เสื้อเชิ้ร์ตตราชิคาโก ถูกๆ ราคาก็ประมาณ $2-3 ส่วนหมวกกีฬาก็ $5-6 แล้วถ้าอยากได้ของฝากอย่างอื่นก็ลองเดินดูนะคะ ของอย่างนี้ สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็นค่ะ
![]() เที่ยวให้สนุกนะคะ ^^
June 25 เที่ยวพิพิธภัณฑ์ในชิคาโก แบบ ฟรี ฟรีChicago Free (13) Museum Passport click http://www.chipublib.org/eventsprog/programs/kids/grkids_museumpass.php
เพื่อนๆ ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา (แอมมี่ว่าน่าจะทุกรัฐ) สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองได้ ฟรี นะคะ
ขั้นตอนการเข้าชมพิพิธภัณฑ์แบบฟรี ฟรี นี้ ลองอ่านแล้วลองทำตามดูก็ดี เพื่อความประหยัด เหมาะกับยุควิกฤตเศรษฐกิจจริงๆ ค่ะ
หน้าตา เจ้า Chicago Museum Passport ก็เหมือนในรูปนี่แหละค่ะ เราสามารถขอยืมมาใช้ เพื่อชมพิพิธภัณฑ์ 13 แห่งในชิคาโก แบบ ฟรี ฟรี ระยะเวลาในการยืมครั้งละ 1 สัปดาห์ค่ะ และบางพิพิธภัณฑ์ สามารถใช้บัตร Museum Pass นี้ 1 ใบต่อ 4 คน หรือ 1 ครอบครัว 4 คน (พ่อ-แม่-ลูก-ลูก) (ต้องอ่านรายละเอียดนะคะ) ครบแล้วก็เอาไปคืน แล้ววันรุ่งขึ้นจึงจะยืมต่อก็ได้ ยืมได้จากทุกห้องสมุดด้วย (แต่ยืมมาจากห้องสมุดไหนต้องคืนที่นั่นนะคะ ถ้าคืนเกินวันปรับวันละ $2 ไม่เกิน $20 และถ้าทำหายจะโดนปรับ $60 ค่ะ) ซึ่งพิพิธภัณฑ์ทั้ง 13 แห่งในชิคาโกที่สามารถใช้ Chicago Museum Passport ได้ก็มี
นอกจากนี้ สามารถเข้าไปเช็คข้อมูลวันที่เข้าฟรี ได้ตามลิ้งค์ต่อไปนี้ค่ะ http://www.naperville-lib.org/otherWebSites/entertainment/chicagofreedays.htm
เห็นมั๊ยค่ะ ง่ายๆ แค่นี้ คุณก็สามารถเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในชิคาโก แบบ ฟรี ฟรี กันได้เลย ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ
Sources: http://www.chipublib.org/eventsprog/programs/kids/grkids_museumpass.php June 08 เที่ยวชิคาโก: วันฟรีที่ Field Museumเพื่อนๆ หลายคนคงชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันนะคะ
ที่ชิคาโกนี่แต่ละพิพิธภัณฑ์มีความใหญ่โตมโหฬาร ให้เดินชมกันสามวันไม่หมดสิ้น แล้วยังอยู่ในอันดับต้นๆ ของพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดระดับโลก ดังนั้น ใครที่อยู่ชิคาโกแล้วไม่เข้าพิพิธภัณฑ์ ถือว่า ยังมาไม่ถึงชิคาโกนะคะเนี่ย
ข้อดี สำหรับ Museum ที่ชิคาโกคือ ทุกที่จะมีวัน ฟรี ให้เข้าชมกันเป็นระยะๆ ammy จะขอรวบรวมไว้สำหรับปี 2009 นี้ entry ละ Museum นะคะ เริ่มจาก
ขอยืมภาพมาจาก http://lookgade.files.wordpress.com/2009/01/field1.jpg The Field Museum
พิพิธภัณฑ์ฟิลด์ ตอนนี้ดังมากเพราะว่าคือฉากของหนัง Night at the Museum (ตอนนี้มีภาค 2 แล้ว) มีความใหญ่มากๆ หากจะเดินให้หมด อาจจะต้องใช้เวลา 2-3 วันค่ะ
สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1893 ในชื่อว่า the Columbian Museum of Chicago เพื่อเก็บงานศิลปะ, โบราณวัตถุ, วิทยาศาสตร์, และประวัติศาสตร์ต่างๆ มาเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบันในปี 1905 ชื่อเต็มว่า Field Museum of Natural History เพื่อเป็นเกียรติให้กับนาย Marshall Filed ผู้บริจาคหลัก (ไม่ได้แปลว่า "พิพิธภัณฑ์เรือกสวนไร่นา" แต่อย่างใด ตามที่หลายท่านเข้าใจผิดนะคะ) แล้ว nuseum นี้ จะเน้นไปในทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (และประวัติศาสตร์) เดิมตั้งอยู่ที่ Jackson Park แล้วย้ายมาอยู่ที่ตรงนี้ในปี 1921 (เป็นแหลมที่เค้าถมดินใหม่ เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ 3 หลัง คือ Field, John G. Shedd Aquarium และ the Adler Planetarium ซึ่งถือกันว่า เป็น 3 มิวเซียม ที่ดีที่สุดในโลก (ในแต่ละ category) ทีเดียว)
ของสะสมในฟิลด์มิวเซียม มีมากกว่า 250,000 ชิ้น มากมายขนาดนี้ แล้วเราจะดูอะไรกันดี?
http://lookgade.files.wordpress.com/2009/01/chicago-field-museum-full.jpg ไฮไลท์ของมิวเซียมนี้คือ งานศิลปะ Columbian, โครงกระดูก Sue (ไดโนเสาร์พันธุ์ ทีเร๊กซ์) ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก, อินเดียนแดงและชนเผ่าขั้วโลก, ห้องอียิปต์โบราณ, ห้องก่อนประวัติศาสตร์, ห้องชั้นใต้ดินโลก, และห้องเพชรพลอย ทั้งหมดนี้ ดูฟรีค่ะ ยังมีห้องอื่นๆอีกที่ยังไม่ได้พูดถึง และยังมีนิทรรศการสลับสับเปลี่ยนกันตลอดเวลา ทำให้เข้าฟิลด์ทีไรก็ไม่เบื่อ
ใกล้ๆ นี้จะมีนิทรรศการหมุนเวียนที่น่าสนใจคือ Real Pirates (วันนี้ - 25 ตุลาคม 2009) และ The Nature of Diamonds (โอ้ ... โคตรเพชร) (วันที่ 23 ตุลาคม 2009 - 28 มีนาคม 2010)
แต่ว่า งานนี้ใครอยากดูต้องเสียตังค์เพิ่มนะคะ
ค่าเข้าชมมีหลายแบบ แต่คนไทยอย่างเรา ต้องเข้า ฟรี ค่ะ ถึงจะคุ้ม
วันฟรี ประจำปี 2009 คือ ทุกวันจันทร์ (สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน) และวันเพิ่มเติมอื่นๆ (ตั้งแต่เวลา 9:00 AM to 5:00 PM)
June 8th
July 13th August 10th, 25th September 2nd, 3rd, 9th, 14th, 16th, 17th, 23rd, 24th, 30th October 1st, 7th, 8th, 12th November 9th, 11th, 12th, 18th, 19th December 2nd, 3rd, 9th, 10th 14th ที่เหลือจ่ายตังค์ ดูราคา ที่นี่ http://www.fieldmuseum.org/plan_visit/admission.htm
ถ้ามี Chicago State ID or Driver License หรือ บัตรนักเรียน Student ID จะได้ลดราคาลงอีก
หรือ ไปทำบัตรห้องสมุด Public Library ที่ห้องสมุดในชิคาโก สามารถรับบัตรเข้าฟรี (เอาบัตรห้องสมุดไปขอบัตรเข้ามิวเซียมฟรีได้จ้า)
วิธีไป ammy แนะนำว่า ไปรถเมล์จะดีกว่าค่ะ เพราะค่าที่จอดรถแพง
รถเมล์สายที่วิ่งผ่าน สาย 146 (ขึ้นที่ State Street) และสาย 6
ถ้าขับรถมาจะอยู่บนถนน Museum Campus Drive จะจอดริมถนนหยอดเหรียญควอเตอร์เอา หรือจะจอดในที่จอดรถก็ได้ค่ะ
The Field Museum
1400 S. Lake Shore Drive Chicago, IL 60605-2496 (312) 922-9410 Hours 9 a.m. - 5 p.m. เที่ยวให้สนุกนะคะ June 04 เที่ยวชิคาโก กับงาน Art Fair ที่ถนน 57th ชวนเที่ยวชิคาโก เดือนมิถุนายน กับงาน (57th Street Art Fair) at Hyde Park
ช่วงนี้ ชิคาโก เข้าหน้าร้อนแล้วนะคะ อากาศสบายๆ เหมาะแก่การเดินเทียวมากๆ ammy เลยอยากจะชวนเพื่อนๆไปชมงานแสดงศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดงานหนึ่งในชิคาโกที่จะมีในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ (June 6-7th, 2009) นั่นคืองาน ครบรอบ 62 ปี ของงานแสดงศิลปะจัดที่ถนน 57th (ทางใต้ ที่ไฮปาร์ค ใกล้ๆ U of Chicago) ซึ่งงานนี้ มีศิลปินกว่า 250 คน มารวมตัวกันโชว์งานและจำหน่ายสินค้าที่เป็นศิลปะล้วนๆ จากทั่วประเทศ มีงานศิลปะทุกด้าน เช่น ภาพวาด งานแก้ว งานกระดาษ เครื่องประดับ งานหนัง ภาพถ่ายสวยๆ ภาพพิมพ์ งานปั้น งานไม้ งานเซรามิค งานไฟเบอร์ ประดับกระจก และอีกสารพัด ซึ่งผลงานของหลายๆ ท่าน ช่างสร้างสรรค์ create สุดๆ น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะนี่คือ สุดยอดงานแสดงศิลปะใหญ่ยักษ์ระดับชาติ (อะไรมันจะขนาดนั้น) แค่ไปกินบรรยากาศ ไปถ่ายรูปก็คุ้มแล้ว (อ้อ บางท่านก็ไม่อนุญาตให้ถ่ายค่ะ เพราะงานมีลิขสิทธิ์) งั้น ไปเปิดโลกทัศน์ใหม่ก็แล้วกันค่ะ เพื่อนๆ
ที่มาของภาพ http://chronicle.uchicago.edu/010524/calendar1.jpg ammy ไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยนะคะ และที่จริงก็ไปร่วมชมด้วยเกือบทุกปี ดูแล้วก็สนุกดี เพราะทำให้เราได้จินตนาการไปต่างๆ นาๆ และเข้าใจถึง "ศิลปะ" ว่ามันสามารถหลอมรวมเข้ามาใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของเราได้อย่างกลมกลืนได้อย่างไร
ใครว่างๆ ก็ไปเดินได้ค่ะ งานฟรี ดีดีแบบนี้ ไม่ค่อยมีบ่อยๆนะคะ และนอกจากจะได้ชมงานศิลปะสวยๆ แล้ว ยังได้ชมบรรยากาศของมหาวิทยาลัยอันดับ TOP 5 ของอเมริกาที่มีชื่อเสียงหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์ เข้ายากสุดๆ แล้วก็อาจจะแวะเข้าชมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมที่ดีที่สุดอันดับต้นๆ ของอเมริกา (Museum of Science & Industry) ด้วย (ตอนนี้มีจัดแสดง เรื่องราวเกี่ยวกับ Harry Potter ด้วยนะคะ น่าดูมากๆ) ถ้าใครที่ยังไม่เคยไป ก็ใช้โอกาสนี้ไปเที่ยวได้เลยค่ะ คุ้มจริงๆ นะคะ จะบอกให้ (นั่งรถไฟสายแดง หรือสายเขียว ลงที่ Garfield หรือ ถนน 55th แล้วต่อรถสาย 55 ไปทาง east ลงที่ ถนน Kimbark หรือจากสายแดง ลงต่อรถเมล์สาย 6 หรือ 10 ที่ถนน State หรือ นั่งรถเมล์สาย 14, 26, หรือ 173 จาก ถนน Roosevelt/Columbus มาลงที่ Museum of Science and Industry แล้วต่อรถเมล์ไปอีกทีนึง หรือจะนั่ง Metra แล้วลงที่ Garfield ได้ค่ะ - ถ้าใครมีทางไปได้เร็วกว่านี้ก็บอกด้วยนะคะ คือ ปกติ ammy ขับรถไปเองค่ะ
วิว Hyde Park และ U o Chicago มองไปทางเหนือจะเห็นตัวเมืองชิคาโกค่ะ ที่มาภาพ http://chicagowildernessmag.org/
Art Fair Location 57th Street Art Fair takes place on 57th Street, Between Kenwood and Kimbark Avenues (vicinity of William H Ray Elementary School at 5631 S Kimbark Chicago, IL 60637) June 6-7, 2009 Saturday 11-6, Sunday 10-5 ceramics, fiber, glass, jewelry, sculpture, mixed media, painting / drawing, paper, photography, printmaking, wood objects / furniture Free |
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
|